ลุ้นกันแบบนาทีต่อนาที! เจ้าหน้าที่ใช้เครนยกแผ่นปูน เร่งเปิดโพรงในพื้นที่โซน B หลังทีมค้นหาได้ยินเสียงตอบรับจากใต้ซาก

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยเร่งระดมค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม หลังได้ยินเสียงตอบรับจากในพื้นที่โซน B เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณให้กู้ภัยด้านนอกหยุดการเคลื่อนไหว และหยุดส่งเสียงดัง กว่า 10 นาที หลังพบสัญญาณตอบรับจากผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารถล่ม เป็นสัญญาณที่คุยตอบโต้ได้ดีมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัย จากหลายหน่วยรวมกว่า 48 ชีวิต เร่งเข้าไประดมค้นหาในจุดดังกล่าว

ต่อมา วันที่ 3 เม.ย. 68 เมื่อเวลา 00.05 น. ทีมกู้ภัยเร่งเปิดโพรง ในพื้นที่โซน B หลังทีมค้นหาได้ยินเสียงตอบรับ ระดมกู้ภัยจำนวนมาก เพื่อเปิดโพรง พยายามเข้าให้ถึงจุดผู้ประสบภัย และให้เครื่องจักรที่อยู่ด้านนอกหยุดทำงานชั่วคราว

เมื่อเวลา 02.30 น. ทีมกู้ภัยยังใช้ความพยายามที่จะเปิดแผ่นปูนอันที่ 2 ในพื้นที่โซน B ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความหวังว่าจะพบโพรงด้านล่าง นอกจากนี้ในจุดดังกล่าวยังมีรายงานว่า อาจเป็นจุดที่สามารถเชื่อมไปถึงบันไดหนีไฟของอาคารได้ และสันนิษฐาน ว่า ในช่วงขณะเกิดเหตุอาจมีผู้ประสบภัยใช้ช่องทางบันไดหนีไฟเพื่อหนีออกมา

สำหรับบันไดหนีไฟเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีความแข็งแรง เพราะต้องออกแบบให้ทนต่อความร้อน เวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความแข็งแรง อาจมีผู้ประสบภัยติดอยู่ในช่องบันไดหนีไฟ เพื่อหนีออกมา ในขณะเกิดเหตุอาคารถล่ม แต่ในขณะนี้ยังหาจุดเชื่อมบันไดหนีไฟไม่พบ

ปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิต เจ้าหน้าที่ยังใช้ความพยายามต่อเนื่อง โดยสับเปลี่ยนกำลังกู้ภัยอยู่ตลอด ตั้งแต่ตี 3 เกือบ ตี 4 กู้ภัยติดเรื่องแผ่นปูนขนาดใหญ่ พยายามใช้เครนช่วยยกโดยหวังว่าจะเจอโพรง

 

ล่าสุดทางด้าน นายอภิวัฒน์ จันทานี และนายอุดมโชค รอดไหม เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม ได้เปิดเผยภาพรวมภารกิจการกู้ภัยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้พบสัญญาณเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากบริเวณใต้ซากโซน B จนทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องหยุดการใช้เครื่องจักรเพื่อฟังเสียง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มปูพรมเข้าค้นหาตามพิกัดที่ได้ยินเสียง ซึ่งเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวนั้น คือที่ตั้งตำแหน่งบันไดหนีไฟที่อาจจะมีผู้ประสบภัยจำนวนมากติดอยู่ในบริเวณดังกล่าวในระหว่างที่จะหลบออกมาจากอาคาร

โดยพบว่าจุดที่ได้ยินเสียงนั้น มีแผ่นปูนขนาดใหญ่หนากว่า 30 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องค่อย ๆ ใช้เครื่องอุปกรณ์ตัดถ่างในการตัดเหล็กเส้นบริเวณโดยรอบและค่อย ๆ ใช้สว่านเจาะรูร้อยโซ่ดึงแผ่นปูนขึ้นมา เมื่อดึงขึ้นมาได้ ก็ยังพบแผ่นปูนที่ซ้อนทับแผ่นที่ 2 ทางเจ้าหน้าที่จึงค่อย ๆ ดึงแผ่นปูนแผ่นที่ 2 ขึ้นมาและสามารถดึงขึ้นได้เมื่อช่วง 6 โมงเช้าที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดึงแผ่นที่ 2 ขึ้นมาได้ ก็ยังไม่พบโพรงที่จะสามารถขุดค้นเข้าไปช่วยผู้สูญหายได้ เพราะเนื่องจากยังคงพบแผ่นปูนแผ่นที่ 3 นั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า บริเวณดังกล่าวอาจจะมีแผ่นปูนที่ซ้อนกันอยู่หลายชั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงปรับแผนในการใช้ทั้งอุปกรณ์ตัดถ่างในการค่อย ๆ ตัดแผ่นปูนออกเป็นส่วน ๆ รวมทั้งใช้อุปกรณ์ในการค่อย ๆ ขุดแผ่นปูนออกอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรหนักในการดึงแผ่นปูนออกมาได้ เพราะเกรงว่าอาจจะส่งผลกระเทือนต่อโครงสร้างซากอาคาร ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายทั้งผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นั่นจึงทำให้ในช่วงเช้านี้จะยังคงระงับการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ชั่วคราวและจะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อสามารถเข้าถึงโครงใต้ซากและค้นหาผู้ที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือขึ้นมาให้ได้ แม้ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ได้ยินเสียงการส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือจากใต้ซากแล้วก็ตาม

ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังระบุอีกว่า เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ยินเมื่อคืนนั้น ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญอย่างมากให้กับทีมที่ปฏิบัติงาน จึงทำให้ทีมงานทุกคนเชื่อและมีความหวังว่า จะยังคงพบผู้รอดชีวิตจากซากอาคารดังกล่าว

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิเพชรเกษม